วิธีการเล่นกอล์ฟเบื้องต้น เริ่มฝึกตีให้ถูกตั้งแต่พื้นฐาน

การตีกอล์ฟเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมความสนุกที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพจิตแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายอีกด้วย เพราะวิธีตีกอล์ฟนั้นมีส่วนช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ การตีกอล์ฟยังเป็นการเข้าสังคมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งช่วยคลายเหงาได้มากเลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจเล่นกอล์ฟ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ความรู้พื้นฐานก็ไม่มี บทความนี้เป็นอีกหนึ่งบทความที่จะช่วยให้ผู้ที่สนใจการตีกอล์ฟได้เข้าใจวิธีการเล่นกอล์ฟเบื้องต้นและการฝึกกอล์ฟตั้งแต่พื้นฐานเลยทีเดียว

วิธีการตีกอล์ฟเบื้องต้น

กฎกติกาวิธีการตีกอล์ฟเบื้องต้น

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาใดๆ ก็ย่อมมีกฎและกติกาเสมอ การตีกอล์ฟก็มีการบัญญัติกติกาตามสากลไว้เช่นกัน สำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ ที่ต้องการฝึกกอล์ฟเบื้องต้น จำเป็นที่จะต้องรู้กฎกติกา เพื่อที่จะได้เล่นได้อย่างถูกต้องและสนุกไปกับการตีกอล์ฟ

• การเล่นแบบแมตช์เพลย์

วิธีตีกอล์ฟแบบแมตช์เพลย์เป็นวิธีการเล่นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งในเกมแบบแมตช์เพลย์จะมีผู้เล่นแข่งขันกันเพียงสองคนเท่านั้น โดยวิธีนับคะแนนแบบแมตช์เพลย์ จะนับจำนวนครั้งในการตี หากใครใช้จำนวนครั้งในการตีเพื่อให้ลูกกอล์ฟลงหลุมน้อยที่สุด ก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะในหลุมนั้นไป แต่การที่จะชนะในแมตช์นั้นๆ ได้ จะต้องมีจำนวนหลุมในการชนะมากกว่าอีกฝ่าย ซึ่งจำนวนหลุมนั้นสามารถตกลงกันได้ว่าจะเล่นกันทั้งหมดกี่หลุม นอกจากนี้ หากประเมินแล้วว่าอีกฝ่ายมีแววชนะแน่ๆ เราจะยอมแพ้ยกธงขาวในหลุมนี้เลยก็ได้ แล้วค่อยไปแก้ตัวในหลุมต่อไป

• การเล่นแบบสโตรคเพลย์

รูปแบบการตีกอล์ฟแบบสโตรคเพลย์เป็นวิธีการเล่นกอล์ฟที่มีความคล้ายคลึงกับวิธีตีกอล์ฟแบบแมตช์เพลย์ แต่อาจจะแตกต่างกันที่ การเล่นแบบสโตรคเพลย์สามารถมีผู้เล่นได้หลายคนในหนึ่งการแข่งขัน ที่สำคัญผู้เล่นทุกคนจะต้องตีกอล์ฟให้ลงหลุมในทุกๆ หลุม ไม่สามารถยอมแพ้ได้ ซึ่งการนับคะแนนการตีกอล์ฟแบบสโตรคเพลย์นั้น จะนับจำนวนครั้งที่ตีในแต่ละหลุมแล้วนำมารวมกันเป็นคะแนนสุดท้ายเพื่อหาผู้ชนะ ทั้งนี้ โดยปกติกฎกติกาการตีกอล์ฟไม่ได้กำหนดครั้งสูงสุดในการตี แต่สำหรับบางการแข่งขันอาจมีการกำหนดจำนวนครั้งสูงสุดที่ตีได้ในแต่ละหลุมด้วย

วิธีการนับคะแนนกอล์ฟพื้นฐาน

วิธีการนับคะแนน

วิธีการนับคะแนนกอล์ฟนั้นอาจจะมีรูปแบบที่แตกต่างจากวิธีการนับคะแนนในกีฬาอื่นๆ อยู่สักหน่อย โดยปกติแล้วกีฬาอื่นๆ เช่น ฟุตบอล หรือบาสเกตบอล หากผู้เล่นหรือทีมใดทำคะแนนได้มากกว่าจะถือว่าเป็นผู้ชนะในเกมนั้นไป แต่สำหรับกีฬากอล์ฟจะนับคะแนนจากจำนวนครั้งที่ตีในแต่ละหลุม หากผู้เล่นคนใด เมื่อรวมคะแนนแล้วมีจำนวนน้อยที่สุดจะถือว่าเป็นผู้ชนะในเกมนั้น ซึ่งในแต่ละหลุมจะมีการกำหนดพาร์ (Par) ขึ้นมาตามระยะและความยากในการตี ซึ่งจะมีการเรียกที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ เช่น หลุมนี้กำหนดพาร์ห้า
พาร์ (Par): หากตีลงหลุมภายใน 5 ครั้งผู้เล่นจะได้คะแนนพาร์ คือ ศูนย์คะแนน
เบอร์ดี้ (Birdie): เป็นการตีลงหลุมภายใน 4 ครั้ง หรือ น้อยกว่าพาร์ 1 ครั้ง ผู้เล่นจะได้ลบหนึ่งคะแนน
อีเกิล (Eagle): เป็นการตีลงหลุมภายใน 3 ครั้ง หรือ น้อยกว่าพาร์ 2 ครั้ง ผู้เล่นจะได้ลบสองคะแนน
ดับเบิลอีเกิล (Double Eagle) หรือ อัลบาทรอสส์ (Albatross): เป็นการตีลงหลุมภายใน 2 ครั้ง หรือ น้อยกว่าพาร์ 3 ครั้ง ผู้เล่นจะได้ลบสามคะแนน
โฮลอินวัน (Hole-in-One): เป็นการตีลงหลุมได้ภายในครั้งเดียว โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในหลุมที่เป็นพาร์สาม แต่บางครั้งก็สามารถพบได้ในพาร์สี่เช่นกัน
โบกี้ (Bogey): การตีที่เรียกว่าโบกี้เป็นการตีที่เกินจำนวนพาร์ที่ตั้งไว้ จะต้องได้บวกหนึ่งคะแนน

วิธีการจัดท่าทางในการฝึกกอล์ฟเบื้องต้น

จัดระเบียบท่าทางการเล่นกอล์ฟเบื้องต้น

วิธีการเล่นกอล์ฟนอกจากการตีลูกกอล์ฟเพื่อให้ลงหลุมแล้ว ยังมีขั้นตอน การจัดระเบียบท่าทาง ร่างกายในการเล่นกอล์ฟด้วย ซึ่งหากมีการวางท่าทางที่ถูกวิธีก็จะช่วยเพิ่มแรงส่งในการตีกอล์ฟให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมวงสวิงให้สวยงามขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญการจัดระเบียบท่าอย่างที่เหมาะสมยังช่วยส่งเสริมสุขภาพ และลดการบาดเจ็บที่เกิดจากการเล่นกอล์ฟได้

• ท่าจับไม้กอล์ฟที่ถูกต้อง

การฝึกกอล์ฟเบื้องต้นจะต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ท่าทางการจับกริพที่ถูกต้อง เพราะท่าทางในการจับกริพเป็นเรื่องพื้นฐานที่มีความสำคัญสำหรับมือใหม่ หากมีพื้นฐานที่แน่น จับกริพถูกต้องก็จะช่วยให้นักกอล์ฟควบคุมทิศทางในการตีลูกได้อย่างแม่นยำและช่วยให้ตีกอล์ฟได้ดีขึ้น ซึ่งท่าทางการจับกริพมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
1. สำหรับผู้ที่ถนัดขวา ให้ใช้ไม้กอล์ฟวางพาดโคนนิ้วก้อย พาดผ่านลงไปบริเวณข้อกลางของนิ้วชี้ข้างซ้าย โดยปล่อยปลายกริพเลยฝ่ามือไปประมาณ 1 นิ้ว
2. กำมือซ้ายแล้ววางนิ้วโป้งซ้ายลงบนสันกริพ โดยขนานไปกับแนวไม้
3. สอดมือขวา โอบนิ้วโป้งข้างซ้าย และกำรอบไม้ไว้ให้กระชับ โดยที่ให้นิ้วโป้งขวาอยู่บนสันกริพแนวเดียวกับนิ้วโป้งซ้าย

• ลักษณะวิธีการยืน

การเรียนรู้วิธีตีกอล์ฟจะต้องเรียนรู้ลักษณะวิธีการยืนที่ถูกต้องด้วย เพราะท่ายืนที่เหมาะสมมีส่วนช่วยในการควบคุมและถ่ายเทน้ำหนักไปยังการตี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมวงสวิงในการตีให้ดียิ่งขึ้น โดยวิธีการยืนจะต้องกางเท้าให้มีความกว้างเท่ากับหัวไหล่ ส่วนแนวทางในการวางเท้าอาจแตกต่างกันออกไป เช่น วางเท้าขนานกับพื้น วางเท้าซ้ายเปิดออกเล็กน้อย หรือจะเปิดเท้าขวาออก แต่สำหรับบางคนอาจจะเปิดเท้าทั้งสองข้าง ทั้งนี้ สิ่งสำคัญ คือ ควรให้น้ำหนักการยืนลงที่ส้นเท้าตลอดการสวิง เพราะจะช่วยให้คุณทรงตัวได้ดี มีความมั่นคง และสมดุล

• จัดระเบียบร่างกาย

นอกจากลักษณะวิธีการยืนแล้ว การจัดระเบียบร่างกายในส่วนอื่นๆ ก็ถือเป็นเรื่องกอล์ฟพื้นฐานที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหัวเข่า ลำตัว หัวไหล่ และศีรษะ ซึ่งร่างกายในแต่ละส่วนมีวิธีการจัดวางที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้วงสวิงที่สวยงาม และมีประสิทธิภาพ ดังนี้
หัวเข่า: หัวเข่าจะต้องงอเพียงเล็กน้อย ท่าทางคล้ายกำลังจะนั่งเก้าอี้ และควรหนีบเข่าเข้าหากันเล็กน้อย ไม่เปิดเข่าทั้งสองข้างออก เพื่อช่วยให้มีความมั่นคงและรักษาสมดุลขณะตีวงสวิง
ลำตัว: ต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังและลำตัวต้องตรง และให้น้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ที่สะโพก เพื่อช่วยให้ร่างกายส่วนบนหมุนขณะวาดวงสวิงได้ดีขึ้น
มือและแขน: ตำแหน่งของมือในการจับกริพที่ถูกต้องคือ ปลายกริพจะชี้ไปที่หัวเข็มขัด โดยที่เหลือปลายกริพไว้ประมาณ 1 นิ้ว ส่วนแขนปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงธรรมชาติ โดยที่แขนซ้ายจะเหยียดตรง
หัวไหล่: การจับไม้กอล์ฟมือข้างที่ถนัดจะอยู่ด้านล่างซึ่งต่ำกว่ามืออีกข้าง ดังนั้น สำหรับผู้ที่ถนัดข้างขวา ไหล่ขวาก็จะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าไหล่ซ้ายเล็กน้อย ตามท่าทางในการจับกริพ แต่หากตำแหน่งท่าทางหัวไหล่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลทำให้กระดูกสันหลังคดได้
ศีรษะ: สำหรับศีรษะไม่ควรก้มหน้า วางใบหน้าให้อยู่ในระดับที่เกือบจะตั้งฉากกับพื้น และใช้การกลอกดวงตาในการมองลูกแทนการก้มหน้า

• เรียนรู้การเคลื่อนไหวในมุมสวิง

เมื่อเรียนรู้การจัดระเบียบร่างกายกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปในการเรียนรู้วิธีตีกอล์ฟก็เริ่มเข้าสู่การตีลูก การที่จะตีลูกให้ได้ดี มีวงสวิงที่สวยและสมบูรณ์แบบ จะต้องเริ่มจากท่าทางการยืน การจับไม้ และการจัดระเบียบร่างกายที่ถูกต้อง เพื่อเป็นแรงส่งให้เหวี่ยงไม้ได้ดี เริ่มด้วยการยกไม้ขึ้น เปิดสะโพกซ้าย หมุนไปด้านหลัง และถ่ายเทน้ำหนักจากซีกขวาไปยังซีกซ้าย (Black Swing) หลังจากนั้น เคลื่อนสะโพกซ้าย คล้ายย่ำเท้าอยู่กับที่ (Down Swing) แล้วเหวี่ยงแขนตีลูกตามแรงเหวี่ยงพร้อมบิดสะโพกตาม (Impact) หลังจากตีลูกไปแล้วให้เหยียดแขนตึงทั้งสองข้าง โดยเท้ายังคงยืนนิ่งเพื่อรักษาสมดุล (Follow Through)

แนะนำไม้กอล์ฟสำหรับการฝึกกอล์ฟพื้นฐาน

แนะนำไม้กอล์ฟที่ควรมีสำหรับมือใหม่

ปัญหาการเลือกซื้อไม้กอล์ฟเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับผู้ที่เริ่มต้นตีกอล์ฟ เพราะไม้กอล์ฟนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ละชนิดก็มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป โดยมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นการฝึกกอล์ฟเบื้องต้น ไม้กอล์ฟที่ควรมีไว้ในกระเป๋า คือ หัวไม้หนึ่ง (Driver) ไม้หัวไม้แฟร์เวย์ (Fairway Wood) หัวไม้ไฮบริด (Utility) ไม้หัวเล็กเบอร์ 7 กับ 9 พิชชิ่งเวดจ์ (PW) แซนเวดจ์ (SW) และพัตเตอร์

นอกจากนี้ ก่อนจะซื้อไม้กอล์ฟควรคำนึงถึงน้ำหนักของไม้ด้วยว่า มีความเหมาะสมกับตนเองหรือไม่ หากเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นอาจจะเลือกไม้กอล์ฟที่มีน้ำหนักเบา โค้งงอได้ง่าย เพราะใช้ตีได้ง่ายและสะดวก รวมไปถึง ควรทดลองสินค้าด้วยตัวเอง เพราะจะช่วยให้นักกอล์ฟเข้าใจความแตกต่างของไม้แต่ละแบบได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยไม้แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติและวิธีใช้ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะใช้สำหรับการเล่นรูปแบบใดบ้าง ไปดูกัน

• หัวไม้หนึ่ง (Driver)

หัวไม้หนึ่ง เป็นหัวไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ยาวที่สุดและองศาหน้าไม้น้อยที่สุด ซึ่งในสมัยก่อนส่วนของหัวไม้ทำจากไม้จริงๆ จึงเรียกว่า หัวไม้หนึ่ง แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นวัสดุอื่นๆ แล้ว โดยหัวไม้หนึ่งถือเป็นไม้เริ่มต้นใช้ตั้งลูกและใช้ตีบนแท่นที

• หัวไม้แฟร์เวย์ (Fairway Wood)

หัวไม้แฟร์เวย์ เป็นหัวไม้ที่มีขนาดเล็กกว่าหัวไม้หนึ่ง นิยมใช้ในการตีระยะไกล ซึ่งสำหรับหัวไม้แฟร์เวย์นั้นจะมีองศาหน้าให้เลือกหลายระดับ ที่ถูกกำหนดให้เป็นเลขคี่ อย่าง 3 5 7 9 11 โดยตัวเลของศาและความยาวนั้นจะมีความสัมพันธ์กัน เช่น หัวไม้แฟร์เวย์ 3 จะเป็นไม้ที่มีองศาน้อยแต่ความยาวมากที่สุด

• หัวไม้ไฮบริด (Hybrid)

หัวไม้ไฮบริดเป็นหัวไม้น้องใหม่ ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน มีขนาดหัวที่เล็กกว่าหัวไม้แฟร์เวย์ นอกจากนี้ ยังมีชื่ออื่นๆ ด้วย คือ Utility และ Rescue ซึ่งหัวไม้ไฮบริดเป็นหัวไม้ที่ใช้ตีในระยะไกล โดยใช้แทนไม้แฟร์เวย์ที่ตีและควบคุมได้ยากกว่า ที่สำคัญหัวไม้ชนิดนี้มีให้เลือกหลายองศา โดยจะกำหนดเป็นตัวเลข 1 2 3 4 5

• ชุดเหล็ก (Iron Set)

ชุดเหล็กนั้นจะประกอบด้วยเหล็กจำนวนหลายชิ้นตั้งแต่ 6 – 8 ชิ้น โดยเหล็กแต่ละเบอร์จะมีขนาดขององศาหน้าไม้และความยาวที่ต่างกัน เพื่อใช้เล่นในระยะที่แตกต่างกันออกไป เช่น เบอร์ที่เลขสูงๆ จะใช้ตีในระยะใกล้ ในขณะที่เบอร์เลขต่ำๆ จะใช้ตีในระยะไกลกว่า

• เวดจ์ (Wedge)

เวดจ์เป็นไม้ที่พัฒนามาจากชุดเหล็ก ใช้สำหรับการตีในระยะที่สั้น โดยระยะส่วนใหญ่คือต่ำกว่า 100 หลา หรือตีในช็อตระยะใกล้กรีน นอกจากนี้ เวดจ์ยังใช้ตีในหลุมทราย เนื่องจากมีระยะองศาที่สูง ช่วยให้ลูกโด่งมากขึ้น

• พัตเตอร์ (Putter)

พัตเตอร์ส่วนมากจะมีความยาวประมาณ 33 – 35 นิ้วและมีองศาหน้าไม้ 3 – 5 องศา โดยพัตเตอร์เป็นไม้ที่ใช้ตีบนกรีนเพื่อให้ลูกกอล์ฟลงหลุม ซึ่งถือเป็นไม้ที่ใช้ตีเพื่อสิ้นสุดในการเล่นแต่ละหลุม

อุปกรณ์สำหรับการตีกอล์ฟพื้นฐานที่ควรมี

อุปกรณ์ตีกอล์ฟอื่นๆ ที่ควรมีติดกระเป๋า

นอกจากไม้กอล์ฟแล้ว การเล่นกอล์ฟยังต้องมีอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลูกกอล์ฟ รองเท้า หรือถุงมือกอล์ฟ เพื่อความพร้อมในการฝึกกอล์ฟเบื้องต้น รวมไปถึง ควรมีอุปกรณ์ที่จะช่วยในการอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมในการเล่นอีกด้วย เพราะการเล่นกอล์ฟ 18 หลุมนั้นอาจจะต้องใช้เวลานานถึง 4 – 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว

• อุปกรณ์สำหรับตีกอล์ฟ

อุปกรณ์สำหรับตีกอล์ฟไม่ได้มีเพียงไม้กอล์ฟเท่านั้น แต่ยังต้องมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกจึงจะเล่นกอล์ฟได้ ซึ่งมีดังนี้

1. ลูกกอล์ฟ

ลูกกอล์ฟนั้นมีทั้งราคาถูกและราคาแพง แต่การเลือกลูกกอล์ฟต้องเลือกแบบที่มีความเหมาะสมกับการเล่น โดยทั่วไปแล้วลูกกอล์ฟถูกเแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ลูกกอล์ฟ 2 ชิ้น เหมาะสำหรับการเล่นทั่วไป หรือการฝึกซ้อม และลูกกอล์ฟแบบ 3 ชิ้น ซึ่งเป็นลูกกอล์ฟที่มีวิถีที่แน่นอนกว่า แต่ก็มีราคาที่แพงตามไปด้วย นอกจากนี้ ความเร็วของหัวไม้ก็เป็นอีกปัจจัยในการเลือกลูกกอล์ฟด้วย

2. รองเท้ากอล์ฟ

การเล่นกอล์ฟก็ไม่ต่างจากการวิ่งมากนัก การเล่น 18 หลุม ต้องเดินอย่างน้อย 7 กิโลเมตร ดังนั้น ต้องเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดีเท้า สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย นอกจากนี้ การใส่รองเท้าที่พอเหมาะพอดียังช่วยส่งเสริมวงสวิงให้ดีขึ้นอีกด้วย

3. ถุงมือกอล์ฟ

วัสดุในการทำถุงมือกอล์ฟนั้นมีหลายแบบตั้งแต่ หนังแท้ หนังเทียม แบบผ้า หรือแบบยาง ซึ่งการเลือกก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่ที่สำคัญจะต้องเลือกขนาดของถุงมือให้มีความพอดี กระชับกับมือ แต่ยังสามารถกำมือได้ เพื่อที่จะได้จับไม้และตีกอล์ฟได้อย่างถนัดมือมากขึ้น

4. แท่นที

แท่นที (Teeing Ground) เป็นอุปกรณ์ที่ทำได้ทั้งจากไม้หรือจากพลาสติก เป็นแท่งที่ใช้สำหรับการตั้งลูกกอล์ฟ เพื่อใช้ตีทีช็อต (Tee Shot) ได้ง่ายขึ้น

5. มาร์คเกอร์

มาร์คเกอร์เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการตีกอล์ฟ ในปัจจุบันมาร์คเกอร์มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่แบบที่เป็นสีธรรมดา ไปจนถึงมาร์คเกอร์ที่เป็นรูปการ์ตูน ซึ่งมาร์คเกอร์มีหน้าที่ในการบ่งบอกว่าลูกกอล์ฟนั้นอยู่ตรงไหน การเลือกมาร์คเกอร์ที่มีสีสันโดดเด่น สะดุดตา จะช่วยให้มองหาลูกกอล์ฟได้ง่ายขึ้น

6. ที่นับสกอร์

การนับสกอร์กอล์ฟมีเครื่องช่วยนับอยู่หลายรูปแบบ บางคนอาจจะใช้วิธีการจดแบบดังเดิม ก็ง่ายและประหยัดดี แต่ในสมัยนี้อะไรๆ ก็พัฒนา บางคนอาจจะเพิ่มความแม่นยำในการนับด้วยเครื่องนับคะแนน ซึ่งเป็นเครื่องขนาดเล็ก ที่สามารถใช้ติดที่เข็มขัดได้เลย หรือจะใช้แอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน

• อุปกรณ์สำหรับเพิ่มความสะดวก

การเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ช่วยให้การเล่นกอล์ฟสนุกมากขึ้น โดยไม่ต้องคอยกังวลใจ นอกจากอุปกรณ์ในการตีกอล์ฟแล้ว อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ควรต้องพร้อมเช่นกัน เพราะการอยู่กลางสนามกอล์ฟเป็นเวลานานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ยิ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแสงแดดเกือบตลอดทั้งวัน เราจะต้องเตรียมตัวให้ดี เพื่อให้เพลินเพลิดไปกับกอล์ฟ และไม่ต้องคอยกังวลกับสภาพอากาศ

1. เครื่องดื่ม

เครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่น หากได้เครื่องดื่มเย็นๆ ยามเล่นกีฬามาเหนื่อยๆ ก็ช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยขึ้นมาได้ บางคนอาจจะเตรียมเป็นน้ำเย็น น้ำผลไม้ หรือบางคนอาจจะเตรียมเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนเหงื่อที่เสียไปก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

2. อุปกรณ์สำหรับกันแดด

ด้วยสภาพอากาศประเทศไทย อุปกรณ์สำหรับกันแดดน่าจะเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟทุกคนควรเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็น ครีมกันแดด ร่ม เสื้อแขนยาว หรือแว่นตา เพราะอุปกรณ์เหล่านี้นอกจากจะช่วยทุเลาความร้อนลงไปได้บ้างแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวและดวงตาจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย

หลายๆ คนอาจจะกำลังสนใจวิธีตีกอล์ฟอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นการฝึกกอล์ฟเบื้องต้นอย่างไร บทความนี้ได้รวบรวมวิธีการเล่นกอล์ฟพื้นฐาน และการเตรียมอุปกรณ์กอล์ฟสำหรับมือใหม่ รวมไปถึง การจับไม้กอล์ฟ ท่ายืน และมุมสวิงที่จะช่วยในการฝึกกอล์ฟเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ หากใครกำลังมองหาสนามกอล์ฟ และที่พักสุดหรูท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสวยงามและอากาศบริสุทธิ์ของเทือกเขาดงพญาเย็น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สามารถมาได้ที่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ เขาใหญ่ ซึ่งเปิดให้บริการสนามกอล์ฟที่ได้มาตรฐาน 18 หลุม พาร์ 72 ระดับแชมป์เปี้ยนชิป ที่พร้อมท้าทายความสามารถของนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ