fbpx

โฮมสเตย์คืออะไร ต่างกับรีสอร์ทอย่างไร? เรื่องน่ารู้เพื่อที่พักที่ถูกใจ

การจะได้ไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามต่างจังหวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสดชื่นนั้น การเลือกที่พักก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้เราได้ปล่อยกาย ปล่อยใจไปกับวิวสวยๆ ได้อย่างเต็มที่ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอยู่นี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โฮมสเตย์ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ฮอตฮิตมาคู่กันกับรีสอร์ท ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นในปัจจุบัน

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อาจจะมีหลายคนที่ยังสับสน ไม่มั่นใจว่า โฮมสเตย์ คืออะไร? นอกจากจะมีความงงงวยเรื่องรีสอร์ทกับโรงแรมต่างกันอย่างไรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจจะทำให้สับสนเพิ่มเติมไปอีกก็เป็นได้ว่า แล้วรีสอร์ทกับโฮมสเตย์ต่างกันอย่างไร ไม่ต้องกังวลไป บทความนี้มีคำตอบที่จะช่วยไขความกระจ่างนอกจากจะทำให้รู้จักโฮมสเตย์และความแตกต่างระหว่างโฮมสเตย์และรีสอร์ทมากขึ้นแน่นอน

เปิดประวัติและที่มาของโฮมสเตย์และรีสอร์ท

เปิดประวัติและที่มาของโฮมสเตย์และรีสอร์ท

“โฮมสเตย์” และ “รีสอร์ท” เป็นประเภทของที่พักที่ใครหลายๆ คนคุ้นหู และรู้สึกว่าใกล้เคียงกัน แต่ความจริงแล้วก็มีจุดที่แตกต่าง และแยกออกได้จากกันอย่างชัดเจน หัวข้อนี้จะพาไปปูพื้นฐานความเข้าใจ โดยเริ่มจากประวัติความเป็นมาของที่พักทั้ง 2 แบบ เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างมากยิ่งขึ้น

●       ความเป็นมาของโฮมสเตย์

โฮมสเตย์ คือ รูปแบบของที่พักที่เป็นประเภทหนึ่งของการท่องเที่ยวแบบชนบท (Rural Tourism) เป็นที่พักที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชุมชน

ที่พักแบบโฮมสเตย์นั้น เกิดขึ้นครั้งแรกในทวีปยุโรป หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนักท่องเที่ยวในยุคนั้นที่แสวงหาแหล่งท่องเที่ยวและที่พักที่หลีกหนีจากความวุ่นวาย ห่างไกลจากสังคมเมือง ต้องการอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ฟาร์มนอกเมืองต่างๆ ในเวลานั้นจึงเปิดบ้านเป็นที่พัก มีกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมและทำอาหารพื้นเมืองเสิร์ฟนักท่องเที่ยว คำว่า “โฮมสเตย์” จึงหมายถึงที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในลักษณะนั่นเอง

ส่วนที่มาที่ไปของโฮมสเตย์ในประเทศไทยนั้น ปีที่เกิดการพักในลักษณะโฮมสเตย์ขึ้นครั้งแรก คือ ปี พ.ศ. 2503 จากกลุ่มนักศึกษาที่ออกค่ายพัฒนาชนบท เพื่อเรียนรู้ถึงปัญหาท้องที่และหาแนวทางพัฒนาชุมชน จากนั้นการพักอาศัยในลักษณะนี้ก็กระจายไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยที่พักลักษณะโฮมสเตย์จะอยู่ตามเส้นทางการเดินป่าในทางภาคเหนือของประเทศไทย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 จึงเกิดเป็นโฮมสเตย์นำร่องของไทย คือ  มีจุดประสงค์ให้พื้นที่ที่มีโฮมสเตย์นั้น เป็นพื้นที่ที่พัฒนาชุมชน โดยพื้นที่แรกๆ ที่เกิดขึ้น คือ เกาะยาว จังหวัดพังงา เป็นโฮมสเตย์ที่นักท่องเที่ยวได้เรียบรู้วิถีชีวิตของชาวประมงชายฝั่ง จากนั้นก็มีพื้นที่ในจังหวัดอื่นๆ ตามมา ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายท้องที่ที่ได้พัฒนา นำธุรกิจโฮมสเตย์มาทำควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศนั่นเอง

●       ความเป็นมาของรีสอร์ท

หลังจากที่รู้ว่า โฮมสเตย์ คืออะไร เกิดจากอะไรกันไปแล้ว ก่อนจะรู้ว่าโฮมสเตย์กับรีสอร์ทต่างกันอย่างไร มาดูที่ความเป็นมาของรีสอร์ทกันบ้าง รีสอร์ทนับเป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนตากอากาศท่ามกลางธรรมชาติ อาจจะอยู่ตามพื้นที่ชนบท ห่างไกลจากตัวเมือง โดยรีสอร์ทเกิดขึ้นครั้งแรกในยุคกรีกโบราณ เป็นเมืองตากอากาศริมชายหาดที่มีบ่อน้ำร้อน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากในจักรวรรดิโรมัน จวบจนจักรวรรดิโรมันล่มสลายลง

ที่พักในลักษณะของรีสอร์ทแพร่กระจายความนิยมมาถึงเมืองบาธ (Bath) ประเทศอังกฤษ จากอิทธิพลของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Reinassance) เป็นที่พักที่เน้นความสวยงามของธรรมชาติ จึงมักมีที่ตั้งท่ามกลางธรรมชาติตามชนบท ต่อมาในศตวรรธที่ 20 ก็มีจำนวนรีสอร์ทเพิ่มขึ้นมาก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชนชั้นกลางที่มีกำลังทรัพย์ และต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หลีกหนีความวุ่นวายในเมือง

ส่วนความเป็นมาของรีสอร์ทในประเทศไทยนั้น ในปี พ.ศ. 2530 ได้มีการจัดตั้งรีสอร์ทแห่งแรก คือ ดุสิต ลากูนา รีสอร์ท ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ดุสิตธานี ลากูนา ภูเก็ต ที่ก่อตั้งโดยบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ที่มีทีมบริหารเป็นคนไทยทั้งหมด และยังคงมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้าพักอย่างไม่ขาดสายในปัจจุบัน

ไปดูกันว่าโฮมสเตย์กับรีสอร์ทต่างกันอย่างไร

ไปดูกันว่าโฮมสเตย์กับรีสอร์ทต่างกันอย่างไร

แม้จะรู้ไปบ้างแล้วว่ารีสอร์ทและโฮมสเตย์คืออะไร แต่ด้วยทำเลที่ตั้งของโฮมสเตย์และรีสอร์ท อยู่ท่ามกลางธรรมชาติทั้งคู่ อาจจะทำให้เห็นภาพรวมแยกออกจากกันไม่ชัดเจนเท่าไหร่ว่าโฮมสเตย์กับรีสอร์ทนั้นต่างกันอย่างไร หัวข้อนี้จะพามาไขความกระจ่างถึงความแตกต่างของโฮมสเตย์ และ รีสอร์ท ซึ่งจะมีอะไรที่ต่างกันบ้างนั้น มาดูได้เลย

ทำเลที่ตั้ง

  • โฮมสเตย์: ทำเลที่พักของโฮมสเตย์ คือ การเน้นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติคล้ายคลึงกับรีสอร์ท แต่ความเป็นธรรมชาติของโฮมสเตย์ หมายถึงทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่นั้น จะเป็นหมู่บ้าน หรือชุมชนของชาวบ้าน เอื้ออำนวยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงบรรยากาศ ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างเต็มที่
  • รีสอร์ท: เป็นที่พักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและอยู่ในชนบทเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างที่ ที่พักแบบรีสอร์ทจะการแบ่งแยกพื้นที่ส่วนของรีสอร์ทชัดเจน มุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวและการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวไว้ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร และกิจกรรมนันทนาการ

ลักษณะที่พัก

  • โฮมสเตย์: นักท่องเที่ยวเข้าพักบ้านเดียวกันกับเจ้าของบ้าน รับจำนวนนักท่องเที่ยวได้จำกัด มีพื้นที่บางส่วนของบ้านถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นพื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง
  • รีสอร์ท: ลักษณะที่พักมีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งพื้นที่ใช้สอยได้ทั้งในส่วนของที่พัก ที่มีจำนวนและขนาดห้องหลากหลาย และส่วนพื้นที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมนันทนาการ ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

วัตถุประสงค์และกลุ่มลูกค้า

  • เลือกพักโฮมสเตย์: นักท่องเที่ยวที่เลือกพักแบบโฮมสเตย์นั้น คือ ผู้เข้าพักมีความต้องการที่จะเรียนรู้และสัมผัสกับวัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนนั้นๆ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และเปิดประสบการณ์ใหม่ของวิถีชีวิตท้องถิ่น
  • เลือกพักรีสอร์ท: สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ จะมีวัตถุประสงค์เพื่อการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว และได้ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติในพื้นที่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ประเภทของโฮมสเตย์

ประเภทของโฮมสเตย์

หลังจากที่รู้ว่าที่พักแบบโฮมสเตย์ต่างกับรีสอร์ทกันอย่างไร และจุดเด่นโฮมสเตย์ คือ ที่พักนักท่องเที่ยวก็จะมีโอกาสได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นของชุมชนแล้วนั้น มาดูประเภทของโฮมสเตย์ ที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

โฮมสเตย์ทั่วไป

โฮมสเตย์ประเภทนี้ คือ บ้านพักที่เป็นกิจการของครอบครัว เจ้าของบ้านและสมาชิกในบ้านจะเป็นผู้ดูแลนักท่องเที่ยวที่พักร่วมกับเจ้าของบ้าน ในบางกรณีนั้น เจ้าของบ้านสามารถเป็นผู้นำเที่ยวหรือจัดกิจกรรมท่องเที่ยวได้ภายในชุมชนตามความเหมาะสม และนักท่องเที่ยวก็จะจ่ายค่าตอบแทนให้กับเจ้าของบ้านตามสมควร ทั้งนี้ โฮมสเตย์ทั่วไปนี้จะเน้นทำกิจการเป็นอาชีพเสริมและเป็นกิจการเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องยื่นผ่านประเมินโฮมสเตย์

โฮมสเตย์ตามมาตรฐานกรมการท่องเที่ยว

เนื่องจากในปี พ.ศ. 2541-2542 รัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นปีท่องเที่ยวไทย หรือ Amazing Thailand ทุกหน่วยงานจึงมีการสนับสนุนให้จัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวให้มากขึ้นและทั่วถึง โดยเฉพาะในแหล่งชุมชน

โฮมสเตย์ประเภทนี้ จะมีกำหนดให้บ้าน 1 หลังมีห้องพักได้ไม่เกิน 4 ห้อง มีจำนวนผู้เข้าพักไม่เกิน 20 คน โดยมีค่าตอบแทน และมีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม ซึ่งสิ่งที่จะประเมินโฮมสเตย์ประเภทนี้ คือ มาตรฐาน 10 ด้าน ดังนี้

  • ด้านที่พัก: เป็นสัดส่วน ห้องนอนสะอาด ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำมิดชิด
  • ด้านอาหาร: น้ำดื่ม อาหาร และห้องครัว ต้องสะอาด
  • ด้านความปลอดภัย: มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และมีเวรยามคอยดูแล
  • ด้านอัธยาศัยไมตรีของทั้งเจ้าของบ้านและสมาชิก: มีการต้อนรับ และแลกเปลี่ยนความรู้วิถีของชุมชน
  • ด้านรายการนำเที่ยว: มีมัคคุเทศก์นำเที่ยว และต้องได้รับการยอมรับจากชุมชน
  • ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: มีแผนงานที่จะนำเที่ยวภายในชุมชน เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ
  • ด้านวัฒนธรรม: รักษาวัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนไว้
  • ด้านการสร้างคุณค่า และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ชุมชน: จัดผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนให้นักท่องเที่ยว
  • ด้านการบริหารของกลุ่มโฮมสเตย์: รวมกลุ่มชาวบ้าน มีคณะกรรมการบริหารโฮมสเตย์ พร้อมตั้งกฎ กติกาที่ระบุการแบ่งผลประโยชน์ให้ชุมชนอย่างชัดเจน พร้อมจัดทำระบบจอง ลงทะเบียน และชำระเงิน
  • ด้านการประชาสัมพันธ์: มีการตีพิมพ์สื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของชุมชน พร้อมเผยแพร่อย่างเหมาะสมในแต่ละช่องทาง

อีกหนึ่งจุดเด่นของโฮมสเตย์ประเภทนี้ คือ การผนวกเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) เข้าไว้กับที่พักโฮมสเตย์ โดยการผนวกรวมในลักษณะนี้ หมายถึงการเพิ่มมูลค่าและยกระดับการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ของไทย ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เอกลักษณ์ของการพักแบบโฮมสเตย์

เอกลักษณ์ของการพักแบบโฮมสเตย์

โฮมสเตย์ของไทย คือ หนึ่งในวิถีทางแห่งการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความแตกต่างจากการรูปแบบที่พักประเภทอื่นๆ ซึ่งเอกลักษณ์ที่ว่านั้น มีดังนี้

ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชน

ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชน

สำหรับผู้ที่ไม่เคยหรือยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนในชนบท การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ คือ การเปิดประสบการณ์ด้านใหม่ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจ และประสบการณ์ของการสัมผัสวิถีและภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำทรัพยากรในชุมชนมาพัฒนาเป็นเครื่องมือ ทักษะในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ และหาไม่ได้ในสังคมเมือง

ได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง

เมื่อเราได้อาศัยอยู่ในชุมชนท้องถิ่น เราก็จะมีโอกาสได้ทานอาหารพื้นเมือง หรืออาหารพื้นถิ่นที่หลายคนไม่เคยได้สัมผัส นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิธีการปรุงอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่อาจมีเฉพาะฤดูกาล หรือไม่สามารถหาทานได้ในเมือง ทั้งยังได้เรียนรู้แนวทางความเป็นอยู่ วิถีชาวบ้านได้จากที่มาที่ไปของเมนูอาหารพื้นเมืองเหล่านี้ได้เช่นกัน

ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

เมื่อร่างกายส่งสัญญาณว่าต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติ การเลือกที่พักแบบโฮมสเตย์ ก็คือการท่องเที่ยวพักผ่อนที่นับได้ว่าตอบโจทย์ความใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของชุมชนจริงๆ ต้นไม้และดอกไม้บางสายพันธุ์ที่หาได้ยาก ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ มองดาวบนท้องฟ้าที่ไม่มีแสงสีจากตึกสูงรบกวน พร้อมเสียงหริ่งหรีดเรไรจากป่าเขา เป็นประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติที่หาในเมืองไม่ได้ ฟังจากใครก็ไม่เห็นภาพเท่ากับไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

ได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

ด้วยแต่ละชุมชน ท้องถิ่นที่มีทรัพยากรและวิถีชีวิตที่แตกต่าง ผสานกับความเชื่อ ค่านิยมที่ยึดถือเพื่ออยู่อาศัยในท้องที่ นำมาสู่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะชุมชน แฝงอยู่ในอาหารที่กิน กิจวัตรประจำวัน หรือกิจกรรมในโอกาสเฉพาะต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งมีค่าที่หาได้ยากในบทเรียนหรือสื่อต่างๆ การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ก็ช่วยประสานรอยต่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชนที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น

การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์จะต่างกับรีสอร์ทตรงที่นักท่องเที่ยวที่พักแบบโฮมสเตย์จะได้พักกับเจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น ในขณะที่รีสอร์ทนั้น แม้จะเป็นที่พักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติเหมือนกัน แต่จะแตกต่างตรงที่รีสอร์ทสร้างมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในจำนวนที่มากกว่า ซึ่งแรนโช ชานวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ เขาใหญ่ ก็เป็นรีสอร์ทกลางธรรมชาติที่มุ่งเน้นสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรมนันทนาการที่ครบครันในพื้นที่ ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทก็ดี หรือโฮมสเตย์ก็ดี ก็มีจุดประสงค์และกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยกัน