การแต่งงานในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดงานในกรอบธรรมเนียมเดิมๆ หรือการนัดรวมตัวกันในห้องจัดเลี้ยงปิดทึบอีกต่อไป เพราะบ่าวสาวยุคใหม่ต่างมองหาพื้นที่ที่สามารถสะท้อนตัวตน มอบความอิสระ และสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับแขกผู้มีเกียรติได้อย่างแท้จริง ทำให้เทรนด์การจัดงานแต่งงานกลางแจ้งได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสองสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนอย่าง “Barn Wedding” (งานแต่งงานสไตล์โรงนา) และ “Garden Wedding” (งานแต่งงานในสวน) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผสมผสานความโรแมนติกของธรรมชาติเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว
หากคุณเป็นหนึ่งในคู่รักที่กำลังชั่งใจเลือกธีมงานแต่งงานท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามใกล้ชิดธรรมชาติ บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกมิติและเสน่ห์ที่แตกต่างของทั้งสองสไตล์ เพื่อช่วยให้คุณค้นพบรูปแบบงานที่ใช่ที่สุดสำหรับวันสำคัญ

Barn Wedding: อบอุ่น คลาสสิก เปี่ยมด้วยกลิ่นอายสไตล์คันทรีลักชูรี
งานแต่งงานสไตล์โรงนา หรือ Barn Wedding มีต้นกำเนิดมาจากแถบชนบทในยุโรปและอเมริกา แต่ได้รับการนำมาตีความใหม่ให้มีความหรูหราและร่วมสมัยมากขึ้น ไฮไลท์ของสไตล์นี้อยู่ที่ตัวอาคารหรือโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเพดานสูงโปร่ง โชว์งานไม้ดิบๆ งานอิฐ หรือโครงเหล็กที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่าแต่ในขณะเดียวกันก็ดูอบอุ่น โฮมมี่ และเป็นกันเอง
เสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือนของ Barn Wedding คือความสามารถในการผสานพื้นที่แบบกึ่งอินดอร์และเอาท์ดอร์เข้าด้วยกัน โครงสร้างโรงนาช่วยป้องกันเรื่องสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันประตูบานใหญ่ที่เปิดกว้างก็ช่วยให้แขกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติภายนอกได้อย่างเต็มตา การตกแต่งมักเน้นการใช้ไฟราวสีส้มอบอุ่น (Fairy Lights) ตกแต่งร่วมกับผ้าโปร่ง พรมสไตล์วินเทจ และดอกไม้ป่า ซึ่งช่วยเนรมิตให้บรรยากาศยามค่ำคืนดูโรแมนติกและอบอวลไปด้วยความรัก ราวกับฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเลยทีเดียว

Garden Wedding: สดชื่น มีชีวิตชีวา ท่ามกลางสวนสวยที่เป็นธรรมชาติ
สำหรับคู่รักที่หลงรักความเขียวขจีและความร่มรื่น Garden Wedding หรือการจัดงานแต่งงานในสวนคือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด บรรยากาศของงานสไตล์นี้จะเน้นความสดชื่น ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง ฉากหลังของงานคือต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้าสีเขียวที่ตัดกับท้องฟ้าสดใส และดอกไม้นานาพรรณที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ
ความโดดเด่นของการจัดงานในสวนคือความยืดหยุ่นในการจัดวางพื้นที่ บ่าวสาวสามารถดีไซน์ทางเดินเปิดตัว (Aisle) ให้ทอดยาวผ่านสนามหญ้า จัดวางเก้าอี้ไม้สำหรับแขกผู้ร่วมงานใต้ร่มไม้ใหญ่ และสร้างซุ้มประตูวิวาห์ (Arch) จากกิ่งไม้และดอกไม้สดได้อย่างอิสระ การจัดงานสไตล์นี้นิยมจัดในช่วงบ่ายแก่ๆ ไล่ไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งแสงธรรมชาติในเวลานั้นจะช่วยให้ภาพถ่ายแต่งงานออกมาดูละมุนตา โดยบ่าวสาวสามารถศึกษาเทคนิคการเลือกชุดแต่งงานเอาท์ดอร์ให้ตอบโจทย์เพิ่มเติม เพื่อความคล่องตัวในการเดินบนพื้นหญ้า
บทสรุป: เลือกสไตล์ที่ใช่เพื่อสะท้อนนิยามความรักของคุณ
ไม่ว่าคุณจะเลือกความคลาสสิก อบอุ่น มีสไตล์ของ Barn Wedding หรือความสดชื่น ร่มรื่น ผ่อนคลายของ Garden Wedding หัวใจสำคัญคือกรรมวิธีในการจัดการพื้นที่ และการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานที่เข้าใจในดีเทลของงานเอาท์ดอร์อย่างแท้จริง เพื่อให้วันสำคัญของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มของทุกคน และทางเลือกที่ดีที่สุดคือการปักหมุดเจาะจงเลือกสถานที่จัดงานแต่ง เขาใหญ่ สไตล์โรงนาคันทรี เพื่อให้วันสำคัญของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มของทุกคน
แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ เขาใหญ่ (Rancho Charnvee)
หากคุณไม่อยากเลือกเพียงสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง แต่อยากได้สถานที่แต่งงานที่มีพื้นที่รองรับทั้งสองรูปแบบในโลเคชันเดียว แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ เขาใหญ่ คือจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวแห่งนี้พร้อมเนรมิตวันในฝันของคู่รักด้วยพื้นที่จัดงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Garden Wedding ท่ามกลางสนามหญ้าและสวนสวยร่มรื่นวิวพาโนรามา หรือ Barn Wedding ในโรงนาดีไซน์ยุโรปคันทรีที่สวยงามและโอ่อ่าเป็นเอกลักษณ์
นอกจากสถานที่จัดงานที่มีกลิ่นอายแบบ Ranch แล้ว ที่นี่ยังมีห้องพักรองรับแขกอย่างสะดวกสบาย พร้อมร้านอาหารอิตาเลียนชั้นนำ และกิจกรรมพรีเมียมอย่างการขี่ม้าและเช่ารถคลาสสิกถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง มาร่วมออกแบบงานแต่งงานที่เป็นตัวเองที่สุดและติดต่อทีมงานมืออาชีพได้ที่ charnveeresortkhaoyai.com/th/
สอบถามข้อมูลห้องพัก: +66 (0) 44 756210-3
ติดต่อสนามกอล์ฟ: +66 (0) 88-375-4466


